วันนี้จะมาแนะนำวิธีปลูกเคลง่ายๆ ไว้ทานเองที่บ้าน

“เคล” (Kale) ผักที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นซุปเปอร์ฟูด ผักในกระแสนิยมบ้านเรา วิธีการปลูกที่ไม่ยุ่งยาก ทนแดดได้ดี และคุณประโยชน์สูงมาก ทำให้หลายๆคนอยากปลูกไว้ทานเองที่บ้าน ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเลย แค่ทำตามวิธีที่แนะนำนี้ รับรองจะมีผักเคลไว้รับประทานตลอดปี 

Kale

ทำความรู้จัก “เคล” (Kale)

“เคล” หรือ คะน้าเคล จัดเป็นพืชผักในวงศ์ Brassicaceae เช่นเดียวกับคะน้า กะหล่ำปลี บร็อคโคลี่ และกะหล่ำดอก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Brassica oleracea L. Acephala group เป็นพืชอายุหลายปีแต่นิยมปลูกและเก็บเกี่ยวเหมือนพืชอายุ 1-2 ปี ใบไม่ห่อหัว มีทั้งแบบใบหยิก ใบยาวสี มีหลายดี  

วิธีการปลูกเคลทำอย่างไร 

1. การเพาะเมล็ด เคลจะใช้เมล็ดสำหรับการปลูก โดยใช้พีทมอสเป็นวัสดุเพาะ หยอดเมล็ดลงหลุมละ 2 เมล็ด รดน้ำให้ชุ่ม วางไว้ในที่ร่มนาน 2-3 วัน รดน้ำเช้า-เย็น ใช้เวลาประมาณ 3-7 วันเมล็ดจะเริ่มงอก หลังจากเมล็ดงอกมีใบเลี้ยงโผล่ขึ้นมา ให้ย้ายถาดเพาะไปวางในที่ที่ได้รับแสง 100 เปอร์เซ็นต์ และรดน้ำวันละ 2-3 ครั้ง เมื่อต้นกล้ามีใบจริง 1-3 ใบ ให้ตัดต้นออกเหลือหลุมละ 1 ต้น แล้วย้ายปลูกลงแปลงหรือลงกระถางเมื่อต้นกล้ามีอายุ 15-18 วัน 

2. การเตรียมดิน หลังจากที่ต้นกล้าโตพอที่จะย้ายลงกระถางใหญ่หรือแปลงปลูกผัก เราจะต้องเตรียมดินสำหรับปลูก เพียงนำดีที่มีอยู่มาผสมกับปุ๋ยคอก ตามสูตรนี้  

  • ดินปลูกบรรจุถุงที่จำหน่ายในท้องตลาด ควรเลือกใช้ดินใบก้ามปูหรือดินขุยไผ่ แล้วนำมาผสมกับปุ๋ยคอก อัตรา 3 ต่อ 1
  • ดินปลูกบรรจุถุงที่มีส่วนผสมของขุยมะพร้าวและขี้เถ้าแกลบมาก แนะนำให้ผสมกับปุ๋ยคอก อัตรา 2 ต่อ 1
  • โดยจะต้องหมักดินทิ้งไว้ 15-30 วัน ก่อนนำมาใช้ปลูก จะได้ผลดีที่สุด 

3. การดูแลรักษา บำรุงต้นด้วยการใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก และใส่ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อเพิ่มแร่ธาตุทุกๆ 30 วัน ควรรดน้ำวันละ 2 ครั้ง  

4. โรคและแมลง ปัญหาเรื่องโรคและแมลงจะพบมากในช่วงฤดูร้อนช่วงเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป สามารถฉีดพ่นยากำจัดศัตรูพืชแบบชีวภาพได้ (ไม่ใช้สารเคมี) ในช่วงเย็น บริเวณบนใบและใต้ใบ 

5. การเก็บเกี่ยว สามารถทยอยตัดใบล่างไปรับประทานได้เรื่อย ๆ ตั้งแต่ต้นมีอายุ 45 วัน การเก็บแต่ละครั้งควรเหลือใบบนต้นสัก 6-7 ใบ เพื่อให้ต้นสังเคราะห์แสงและพร้อมแตกยอดใหม่ให้เก็บในรอบถัดไป 

สำหรับใครที่อยากปลูกเคล ผักที่ถูกขนานามว่าเป็นราชินีแห่งผักสีเขียวทั้งมวล ไว้รับประทานเองที่บ้านหรือที่คอนโดเพียงทำตามคำแนะนำข้างต้น คุณก็จะมีผักเคลปลอดสารพิษไว้ทาน ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อเพราะมีราคาค่อนข้างแพง